คิดมาก

posted on 08 May 2016 13:59 by coffeelover1404 in MyJournal

สวัสดีค่า วันนี้กลับมานั่งเขียนบล็อกอีกแล้ว

ก็ไม่ได้ว่างอะไรหรอกค่ะ แฮ่ เพราะเดี๋ยววันอังคารเราก็มีสอบแล้ว แง...

เวลาผ่านไปเร็วมากเลยนะคะ

 

มาว่าด้วยหัวข้อ ผู้ญิงเป็นเพศที่คิดมาก(?)

เราไม่ได้จะตีความประโยคนี้ซะทีเดียวหรอกค่ะ เราแค่อยากจะมาระบายมากกว่า 55555

 

บ่นๆ ไป

สำหรับเรา เราก็เป็นคนที่ชอบคิดเล็กคิดน้อยนะคะ ยิ่งอยู่ในยุคสมัยที่มีการแชทเยอะขนาดนี้

เราอยากจะลองอยู่ในยุคที่ส่งจดหมายกันดูบ้างจัง ให้คนที่อยู่ปลายทางคิดถึงเราจนตายกันไปข้าง (หัวเราะ)

 

 =====================================

คำว่า คิดมาก ตีได้เป็นสองอย่าง

คิดมาก ทวนแล้วทวนอีกเพื่อความรอบคอบ หรือ คิดมาก และกังวลถึงอนาคต

โดยส่วนมากเป็นอย่างหลังล่ะค่ะ

เรามักกังวลถึงเรื่องอนาคตเพราะเรื่องราวในอดีตสอนให้เราจดจำตามกลไกความทรงจำของมนุษย์

ธรรมชาติแล้ว เวลาเราพลาดสิ่งใดในอดีต เราจะเก็บความทรงจำนั้นมาเตือนใจ

ไม่ให้ทำเรื่องที่ผิดพลาดอีกครั้ง

แต่บางที สิ่งนี้ก็น่ากลัวมากค่ะ เพราะมันจะกลายเป็น ความกังวล

 

บางทีเราก็งงตัวเองค่ะว่าตอนนี้เรากังวลอะไรอยู่กันแน่

ล่าสุดเราได้เรียนวิชา man and society มาค่ะ มันเป็นวิชาเกี่ยวกับจิตวิทยา

ปกติแล้วผู้หญิงเป็นเพศที่คิดเล็กคิดน้อย มากกว่าผู้ชาย

 

เราว่าอาจเป็นเพราะผู้ชายไม่ค่อยแสดงออกรึเปล่า ว่าเขาก็คิดมากอยู่

หรือ... เขาจะคิด จัดการเรื่องเป็นเรื่องๆ ไป?

 

น่าเบื่อนะคะที่เรามัวแต่นั่งกังวลว่า...

อีกฝ่ายเมื่อไหร่จะตอบเรานะ?

อีกฝ่ายจะคิดถึงเราบ้างไหมนะ?

อีกฝ่ายคุยกับใครอยู่นะ?

ทำไมเราถึงไม่เหมือนแต่ก่อนนะ?

คอยบอกฝันดี หรือ อรุณสวัสดิ์ยามเช้า?

หรือเพราะแต่ละวันที่ผ่านไป ความต้องการเรามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ?

 

ก็แค่ความคิดเล็กๆ ที่ได้แต่แสดงอาการน้อยใจ 55555

ถ้าใครประสบปัญหานี้อยู่ เราเชื่อค่ะว่าต้องมีคนอื่นเป็นเหมือนเรา

 

น่าแปลกนะคะ ทั้งที่คนทุกคนมีโอกาสซึมเศร้าได้

...แต่พอถึงคราวเรา เรากลับรู้สึกเศร้าและตัวคนเดียว...

 

...

sometimes please you look back what we did before and right now it's not thing

I don't want to change but everything is not last forever...

 

เราเคยคุยกับพี่คนหนึ่งค่ะ เขาเคยถามเราว่าเหนื่อยมากมั้ย

ลองวางสิ่งที่เราแบกไว้ลงกับพื้น ทิ้งทุกอย่างเลยค่ะ

ลองจ้องมองมันสักพัก

มองว่าเราควรทำยังไงกับมัน แล้วค่อยๆ จัดการแก้ไข

เรื่องไหนปล่อยได้ก็ปล่อยค่ะ

แล้วมันจะดีขึ้นเอง

 

we can see those solution but we pretend to blind

edit @ 8 May 2016 14:09:51 by coffeelover

[pic] สัพเพเหระ Japan etc.

posted on 28 Jun 2015 20:07 by coffeelover1404 in MyJournal directory Travel, Diary, Idea
 
สวัสดีค่าาาาา
 
วันนี้ก็ไม่ได้ว่างอะไรมากแต่อยากจะแวะมาเขียนบล็อค 5555
 
จู่ๆ คิดขึ้นมาได้ว่าตอนเราไปญี่ปุ่นนี่ เรามักแวะแต่ร้านหนังสือนะ?
 
   
 
และเราก็ถ่ายมาซะเยอะแยะเลยล่ะค่ะ 5555
 
นึกย้อนแล้วก็ตลกดี
 
เวลาคุณไกด์ปล่อยให้เป็นเวลาอิสระ จะไปไหนก็ได้ เรานี่เอาแต่พุ่งเข้าร้านหนังสือ
 
ไอเพื่อนเราก็เอาแต่ "โอ๊ยยยย แกจะเข้าแต่ร้านหนังสือเหรอ อ่านญี่ปุ่นก็ไม่เป็นเนี่ยนะ?" Foot in mouth
 
แวะบ่อยถ่ายบ่อยจนเกือบเรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเราซะละ 555
 
 
 
 
สำหรับเราแล้วร้านหนังสือนี่เป็นที่ๆ เราอยู่แล้วรู้สึกสบายใจดีค่ะ

มันทำให้เราลืมเรื่องหนักใจได้ชั่วคราว

อย่างเวลาปรกติที่ห้างงี้ เราก็มักจะแวะเข้าร้านหนังสือตลอด ถึงจะแค่เข้าไปดูแต่ไม่ค่อยได้ซื้อ

แฮ่ๆ
 
 
 
มากกว่านั้น แนนว่าเวลาเลือกซื้อหนังสือนี่ สนุกกว่าเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าอีกค่ะ!
 
เราจะรู้สึกตามันวาว ยิ่งถ้าเจอตู้หนังสือที่มีหนังสือวางอยู่หลายๆ สีนี่ฟินาเล่ Wink
 
 

 
 
 
 
แนนว่าคนทุกคนมีสถานที่อยู่ในใจค่ะ
 
บางคนอาจอยู่ทะเล
บางคนอยู่ร้านกาแฟ
บางคนอยู่ร้านอาหาร
บางคนอยู่ร้านซีดี
บางคนนั่งอยู่บ้านเล่นคอม ฟังเพลง
 
"ก็รู้สึกสบายใจแล้ว"
 
 
 
อย่างเพื่อนเรางี้...
แค่ได้นั่งกินปูก็สบายใจแล้วค่ะ 5555555 Undecided
 
 
____________________________________________________________________
 
อ้อ พอมานั่งค้นรูปหนังสือ แนนก็เจออะไรที่น่าสนใจด้วยค่ะ(?)
 
 
แบบว่า...ในร้านหนังสือเขาจะตั้งการ์ตูนไว้ ตอนเราเดินผ่านเป็นต้องเหลียวมอง
 
เพราะว่าเขามีอัดเทปไว้เล่นเสียงเพื่อโฆษณา อยากบอกว่าเสียงหล่อมากกกก Sealed
 
ตอนนั้นรู้สึกเลยว่า อืมมมมม เขาเข้าใจคิดแฮะ เจ๋งอ่ะค่ะ!
 
____________________________________________________________________
 
แล้วก็คือตอนเราเดินดูหนังสือ...
เจอเรื่องหนึ่งปกน่าอ่านมาก
อ๊าก เราอยากซื้อมากค่ะ!!! แต่เราดันอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่เป็นน่ะสิ ฮือออออ
Tongue outTongue outTongue out
 
V
V
V
อยากให้มีแปลไทยจัง ไอเราก็อ่านไม่ออกแม้แต่ชื่อ...
อ่านเป็นแต่ตัวฮิรางานะ Tongue out
 
 
____________________________________________________________________
 
ด้วยความสั้นของบทความนี้ ขอส่งท้ายด้วย
 
 
กล่องโปรแกรมโวคัลลอยด์!!! ราคาที่สูงจนแนนมิอาจเอื้อม Yell
ตอนเห็นเรานี่รู้สึกเหมือนเป็นกบในกะลาเลย 5555
แบบว่าไม่เคยเห็นของจริงง่ะ
ซึ่งแนนดูจากราคาแล้วมันก็เป็นคล้ายๆ กับเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งก็ประเทศเขาเลยล่ะค่ะ
ใจจริงอยากซื้อมาลองใช้ดู แต่กระเป๋าเราคงแห้งก่อนวันสุดท้ายที่ญี่ปุ่นซะก่อน 555
 

ถึง : คนๆ นั้น

posted on 31 May 2015 22:52 by coffeelover1404 in MyJournal directory Diary
จากนี้จะเป็นความในใจ.
ที่เฝ้าอัดอั้นมาแสนนาน.
เรื่องมันเริ่มจากตอนไหนกัน.
อ้อ ใช่ ตอนที่ได้เริ่มคุยกับเธอ.
ตอนแรกก็คิดว่าน่ารำคาญ.
แต่ไปมากลับรู้สึกดี.
 
พูดคุยเกือบทุกเรื่อง.
ทุกความลับ ทุกความรู้สึก.
จนมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ.
ใครจะรู้. ตอนมารู้ตัวอีกที.
รีบควานหาคำตอบ.
หาทางที่ถูก หาทางที่ใช่.
ถ้าเกิด "รัก" ต้องทำยังไงถึงจะถูก.
เฝ้าสงสัย กระวนกระวาย แต่ก็รู้สึกดีในขณะเดียว.
 
ถามผู้เคย "รัก" ถามว่าควรทำยังไง.
เดินหน้าต่อหรือถอยหลัง.
สิ่งไหนคือทางที่ควร.
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าถูก สำหรับ "รัก".
ถามคนรอบข้างไป. พยายามหาความ "จริง".
ยิ่งค้นยิ่งสับสน อยากทำแต่กลัวว่าผิด.
 
น่าแปลกนะ.
ที่ "รัก" ทำให้เราเปลี่ยน.
เปลี่ยนแปลงไปมากมาย.
รู้สึกดีที่ได้ช่วย รู้สึกดีที่ให้ใครคนหนึ่งยิ้ม.
แต่ทำไมเล่า. คอยเฝ้าถามแบบนี้เสมอ.
1. 2. 3.
.
..
...
ลองกล้าบอกว่า "รัก".
ทั้งสับสนและงุนงงในภายหลัง.
ว่าทำแบบนั้นไปได้ยังไง.
บอกไปแบบนี้ถือว่าถูกไหม.
เฝ้ารอคำตอบ.
รอเนิ่นนานจากคนฟัง.
แต่กลับ "ไม่รู้".
 
ไม่เข้าใจ ทำไมถึงใจร้อน.
ถ้า "ไม่รัก" ก็พร้อมจะไป.
แต่เอาเข้าจริงเป็นได้ยาก.
เพียงเพราะว่าเธอ "ไม่รู้".
สองพยางค์ตอกลึกกลางหัวใจ.
แต่นั่นก็คงเป็นสัญญาณ.
สัญญาณที่บอกว่าให้ "หยุด".
 
อยาก "ขอโทษ" ที่พูดไป.
ถ้าหากไม่พูด. อาจดีกว่านี้.
 
คอยทักทายอยู่ทุกครั้ง.
แต่เหมือนบางอย่างมันเปลี่ยนไป.
ทั้งอึดอัด. ทั้งเจ็บแปลบ.
อัดอั้นอยู่ภายใน.
ข้างในมันร้องออกมา.
ไร้เสียง.
แต่ก็อยากให้เธอได้ยิน.
 
ต้องแสร้งทำไม่รู้.
ต้องแสร้งเป็นเย็นชากับสิ่งที่ "รู้สึก"
เธอดูสบาย.
อยากเป็นได้บ้าง.
.
บางครั้งคอยเฝ้าหวัง. ให้เธอรั้งเราไว้.
แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะมันหมดไปแล้ว.
และเธอก็ไม่ได้รั้ง.
 
แล้วเธอไม่รั้ง.
ทำไมเราถึงยังอยู่.
อดีตนั้นหอมหวาน.
แต่กลับ "ขมขื่น" อย่างรวดเร็ว.
...
..
.
มันช่างน่ากลัวที่โลกมีใครหลายคน.
เคยนึกคิดถ้าเธอ "รัก" คนอื่น.
เราคงอิจฉาคนนั้นน่าดู.
เราก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เป็นเรื่อง "อนาคต".
วาง "ความรู้สึก" ไว้มุมโต๊ะ.
เฝ้ารอ "คำตอบ" ที่มันไม่มีอยู่แล้ว.
เฝ้ารอจนลืมไป.
มันคงจะดีที่สุด.
 
หวังว่าจะได้เจอกันอีก.
หวังว่าจะได้ "รัก" อีก.
เฝ้าหวัง. จากหัวใจ.
ถ้านี่เป็นนิยาย "จริง".
มันคงยากที่จะเป็นอย่างเราหวัง.
 
ไม่อยากให้เป็นแบบนี้.

edit @ 31 May 2015 23:13:48 by coffeelover